ตั้งชื่อลูก หลักการตั้งชื่อ ความหมายและความเป็นมงคลของชื่อต่างๆ

หลักมงคลในการ ตั้งชื่อลูก ตามความเชื่อของไทย ตามความเหมาะสมในปัจจุบัน เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องพิจารณา เพราะการกำหนดชื่อลูกนั้น จะส่งผลต่ออนาคตของเด็กเมื่อเขาโตขึ้น
ตั้งชื่อลูก หลักการตั้งชื่อ ความหมายและความเป็นมงคลของชื่อต่างๆ

ชื่อ คือคำที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการเรียกแทนคน สัตว์และสิ่งของต่างๆ รวมถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม ชื่อของเรามักจะเริ่มโดยที่พ่อแม่ ตั้งชื่อลูก ตั้งแต่เราเกิด เพราะโดยตามกฎหมายแล้ว บังคับให้ประชาชนทุกคนจะต้องมีชื่อตั้งแต่เกิด โดยอาจมีชื่อที่ซ้ำซ้อนกันได้ ดังนั้นจึงมีกำหนดให้ทำการตั้งชื่อและแจ้งเกิดทันทีหลังจากคลอดได้ไม่เกิน 15 วัน

สำหรับความเชื่อของคนไทย มีความเชื่อว่าชื่อมีความสำคัญมากกว่าเป็นเพียงสิ่งสมมติเพื่อใช้เรียกแทนตัวของบุคคล แต่ยังเป็นตัวเสริมความเป็นสิริมงคลหรือนำเอาความเป็นกาลกิณีมาสู่เจ้าของชื่อได้ ดังนั้นจึงมักจะเห็นการเปลี่ยนชื่อใหม่ในคนที่เจ็บป่วยหรือมีเรื่องเคราะห์ร้ายบ่อยๆ เพราะเชื่อว่าชื่อที่ใช้อยู่ไม่เป็นสิริมงคล จึงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ดีขึ้น และนอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า เด็กแรกคลอดจะมีผีคอยเฝ้าจะเอาชีวิตกลับคืนอยู่ จึงต้องตั้งชื่อให้กับเด็กทันทีเพื่อหลอกให้ผีคิดว่าเป็นคนละคนกันและไม่เอาชีวิตเด็กไป

ชื่อในทางโหราศาสตร์ไทย

สำหรับการ ตั้งชื่อลูก ตามหลักโหราศาสตร์ไทย จะยึดกับความสำคัญในการตั้งชื่อเป็นอย่างมาก จึงเห็นได้ว่าในประเทศไทยจะมีตำราการตั้งชื่อกันอย่างแพร่หลาย และจะต้องตั้งให้ถูกต้องตรงกับความเป็นสิริมงคลในวันเกิดและดวงชะตา รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นมาของเด็กแรกเกิดผู้เป็นเจ้าของชะตา โดยส่วนใหญ่จะดูว่าเด็กที่คลอดออกมาเป็นคนธาตุอะไรและในอนาคตอยากให้ประกอบอาชีพเป็นอะไร เพื่อจะได้ตั้งชื่อที่สามารถเสริมดวงได้ตรงจุดมากขึ้น และอีกสิ่งสำคัญก็คือ การตั้งชื่อจะต้องไม่มีตัวอักษรที่เป็นกาลกิณีเด็ดขาด

หลักพิจารณา การตั้งชื่อลูก

การตั้งชื่อลูก มีหลักการพิจารณาดังต่อไปนี้

  1. ต้องคำนึงถึงช่วงเวลา ความเหมาะสมสำหรับชื่อต่างๆ โดยดูจากยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป การตั้งชื่อแบบโบราณอาจไม่เป็นที่นิยมและไม่เหมาะ ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงเมื่อลูกมีอายุมากขึ้น ในอนาคตข้างหน้า ชื่อที่ตั้งให้เขาอาจดูน่ารักในวัยเด็ก แต่เมื่อเขาโตขึ้นก็อาจกลายเป็นชื่อที่ไม่เหมาะสมได้
  2. การตั้งชื่อลูกด้วยภาษาอังกฤษ ควรเลือกคำที่ออกเสียงได้ง่ายและไม่ฟังดูตลกจนเกินไป เพราะหากเป็นชื่อที่ออกเสียงได้ยาก แม้จะดูโดดเด่นและฮิตในต่างประเทศมากแค่ไหน แต่สำหรับคนไทยอาจมองว่าดูตลก จนทำให้เกิดการล้อเลียนกันจนทำให้เด็กขาดความมั่นใจ
  3. ควรระวังการตั้งชื่อลูกจากผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ เพราะสินค้าเหล่านี้เมื่อนานไปก็จะค่อยๆ หมดความนิยม ซึ่งก็จะทำให้ชื่อดูเชยไป เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการตั้งชื่อลูกจากผลิตภัณฑ์สินค้าจะดีกว่า
  4. ไม่ควรตั้งชื่อลูกให้ซ้ำกับชื่อของสัตว์เลี้ยง เพราะเมื่อคนอื่นเรียกจะทำให้ดูน่าขำและดูตลกได้ ซึ่งคุณคงไม่อยากให้ลูกมีชื่อที่ซ้ำกับสัตว์เลี้ยงหรอกจริงไหม
  5. การตั้งชื่อลูก ควรเป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับจากบุคคลอื่นๆ ในครอบครัว เพื่อความพึงพอใจของทุกฝ่าย ดังนั้นก่อนตัดสินใจตั้งชื่อลูก ก็ควรปรึกษากันให้ดีก่อน
  6. ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหาญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ไกล เพื่อให้ตั้งชื่อลูกให้เสมอไป อาจให้ญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้เป็นคนตั้งให้ หรือดูจากตำราด้วยตัวเอง
  7. ต้องมองถึงอนาคตของลูกในการตั้งชื่อ เพราะบางครั้งชื่อที่คุณตั้งให้ อาจทำให้เขาถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนจนทำให้เกิดเป็นปมด้อยได้ และทำให้ลูกกลายเป็นตัวตลกของคนอื่นๆ ดังนั้นจึงควรดูให้ดีว่าชื่อที่คุณจะตั้ง จะส่งผลต่อเขาในอนาคตไหม
  8. สำหรับการตั้งชื่อเล่น ก็ควรเป็นชื่อที่มีความไพเราะ เรียกง่ายและไม่เป็นชื่อที่ดูตลก ที่สำคัญชื่อเล่นก็ควรจะมีความหมาย โดยอาจตั้งให้สอดคล้องกับชื่อจริงด้วยการตัดเอาชื่อจริงบางส่วนมาเป็นชื่อเล่น หรือตั้งด้วยชื่อที่แตกต่างไปเลย แต่มีความหมายดี
  9. การตั้งชื่อลูก จะต้องไม่อ่านหรือเขียนยากจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดปัญหากับลูกได้ในอนาคต เช่นทำให้บุคคลอื่นสะกดชื่อของลูกผิดบ่อยๆ หรือทำให้ลูกรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจได้ง่ายเวลาที่ต้องเขียนชื่อตัวเองที่ทั้งยาวและเขียนยาก หรือเมื่อมีคนเรียกผิดบ่อยครั้ง

ไอเดียในการตั้งชื่อลูก

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังมองหาชื่อที่เหมาะกับลูก แต่ยังคิดไม่ออก เลือกไม่ถูกสักทีว่าจะเลือกชื่ออะไรดี มีเคล็ดลับและไอเดียในการ ตั้งชื่อลูก มาให้พ่อแม่มือใหม่ได้ศึกษาและตัดสินใจตั้งชื่อลูกได้ง่ายขึ้นดังนี้

1. ตั้งตามหลักโหราศาสตร์

เป็นการตั้งชื่อลูกตามหลักโหราศาสตร์ที่จะเน้นความเป็นสิริมงคลเป็นหลัก โดยมักจะดูจากตำราโหราศาสตร์โดยตรงหรือให้ผู้ที่มีความรู้ดูให้ ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งตามวันเกิด ตามหลักเลขศาสตร์ หลักมหาทักษา หรือตั้งโดยเอาวันเดือนปีเกิดของลูกมาพิจารณา ชื่อที่ตั้งควรเลือกไว้หลายๆ ชื่อ เพราะไม่ทราบแน่นอนว่าลูกจะคลอดออกมาวันไหน

2. ให้พระตั้งให้

เป็นวิธีการตั้งชื่อลูกที่คนส่วนใหญ่ให้ความนิยม เพราะเชื่อว่าชื่อที่ได้จากพระ จะเป็นสิริมงคลต่อลูกมากที่สุด

3. เลือกที่มีความหมายดี

ความหมายดี ก็ถือเป็นการเสริมความเป็นมงคลให้กับลูกได้ดีตามความหมายนั้นๆ ดังนั้นจึงควรเลือกชื่อที่มีความหมายดี เรียบง่ายและมีความไพเราะ โดยสามารถดูได้จากตำราการตั้งชื่อลูก

4. นำชื่อของพ่อแม่มารวมกัน

เป็นการตั้งชื่อลูกด้วยการพลิกแพลงมาจากชื่อของพ่อแม่ โดยอาจนำคำบางคำมาผสมกันหรือนำตัวอักษรมาสลับกันจนได้เป็นชื่อที่มีความหมายดีและสอดคล้องกับพ่อแม่

5. ตั้งชื่อจากความชอบส่วนตัว

หากคิดไม่ออกก็อาจจะตั้งชื่อลูกจากสิ่งที่ชอบแทน แต่ชื่อที่ตั้งจะต้องมีความหมายดีและไม่เป็นกาลกิณีกับชะตาของลูก

6. มีความเป็นเอกลักษณ์

การตั้งชื่อให้ดูมีเอกลักษณ์ก็เป็นอีกไอเดียที่ดี แต่ชื่อที่ตั้งก็ไม่ควรเขียนยากหรืออ่านออกสียงได้ยากจนเกินไป

7. ตั้งตามอาชีพของพ่อแม่

กล่าวคือ พ่อแม่มีอาชีพอะไรก็จะตั้งชื่อลูกให้สอดคล้องไปในทางเดียวกัน ตัวอย่างเช่น พ่อเป็นทหาร ก็อาจจะตั้งชื่อลูกว่า ชาติชาย หรือกล้าศึก เป็นต้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น